วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2559

แบบฝึกหัด 1

แบบฝึกหัด
  1. ยกตัวอย่างบริการ ที่อยู่บน google มา 5 ชนิด
    • Google Groups
    • Google Search
    • Gmail
    • Blogger
    • Google Page
  2. ยกตัวอย่าง web เบาเซอร์ มา 5 ชนิด
    • Firefox
    • Opera
    • Crazy Browser
    • Google Chrome
    • Internet Expolore
  3. ให้เลือกปฎิบัติ การค้นหา ใยหัวข้อต่อไปนี้ พร้อมแสดงวิธีการค้นหา
  4. ยกตัวอย่่างการค้นหาด้วยวิธีการใช้เครื่องหมาย ลบ , บวก , or , and
+
ค้นหา Google+ เพจหรือกรุ๊ปเลือด
ตัวอย่างเช่น +Chrome หรือ  AB+
-
เมื่อใช้ยัติภังค์หรือขีดกลางหน้าคำหรือเว็บไซต์ ระบบจะไม่แสดงเว็บไซต์ที่มีข้อมูลดังกล่าวในผลการค้นหา ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับคำที่มีหลายความหมาย เช่น จากัวร์แบรนด์รถ หรือจากัวร์ที่เป็นสัตว์
ตัวอย่างเช่น ความเร็วของจากัวร์ -รถ หรือ แพนด้า -site:wikipedia.org

or
ค้นหาหน้าที่อาจใช้หนึ่งในคำหลายๆ คำ
ตัวอย่างเช่น มาราธอน OR วิ่งแข่ง
and
แต่เดิมการใช้ Keyword ที่มากกว่า 1 คำในการค้นหาเว็บไซต์แบบแยกคำ ผู้ใช้จำเป็นต้องใช้ AND ในการแยกคำเหล่านั้น ปัจจุบันไม่ต้องใช้ AND แล้ว เพราะ Google จะทำการแยกคำให้โดยอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้ทำการเว้นวรรคคำเหล่านั้น เช่น ถ้าผู้ใช้พิมพ์คำว่า Thai Travel Nature เมื่อคลิกปุ่มค้นหา ก็จะพบว่าในรายชื่อหรือเนื้อหาของเว็บที่ปรากฏจะมีคำว่า Thai ,Travel และ Nature อยู่ในนั้นด้วย

วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2559


คำถามท้ายบท

1.สิ่งต่อไปนี้เกี่ยวข้องกับ Internet อย่างไร

     1.1. Host             1.2.Protocal             1.3. ICP/IP

ตอบ 

  1.1. Host 
  • คือ การเช่าพื้นที่เว็บไซต์ หากคุณต้องการมีเว็บไซต์ ก่อนอื่นคุณต้องจดโดเมนเนมก่อน จากนั้นคุณต้องจ้างให้คนทำเว็บให้ แล้วจึงเช่า Host เพื่อเก็บเว็บไซต์ คุณสามารถเช่า Host พร้อมจดโดเมนเนมได้ (โดเมนเนมคือชื่อเว็บไซต์เช่น www.jaideehosting.com เว็บไซต์ของ jaideehosting ) หากคุณเช่า Host และ จดโดเมนเนมที่เดียวกัน คุณก็สามารถใช้เว็บไซต์ได้ทันที

 1.2.Protocal  
  • โปรโตคอล คือ ข้อกำหนดหรือข้อตกลงในการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์ หรือภาษาสื่อสารที่ใช้เป็น ภาษากลางในการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์ด้วยกัน การที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ถูกเชื่อมโยงกันไว้ในระบบจะสามารถติดต่อสื่อสารกันได้นั้น จำเป็นจะต้องมีการสื่อสารที่เรียกว่า โปรโตคอล (Protocol) เช่นเดียวกับคนเราที่ต้องมีภาษาพูดเพื่อให้สื่อสารเข้าใจกันได้
  • โปรโตคอลช่วยให้ระบบคอมพิวเตอร์สองระบบ ที่แตกต่างกันสามารถสื่อสารกันอย่างเข้าใจได้  คือข้อตกลงที่กำหนดเกี่ยว กับการสื่อสารระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ต่างๆ ทั้งวิธีการส่งและรับข้อมูล วิธีการตรวจสอบข้อผิดพลาดของการส่งและรับข้อมูล การแสดงผลข้อมูลเมื่อส่งและรับกันระหว่างเครื่องสองเครื่อง ดังนั้นจะเห็นได้ว่าโปรโตคอลมีความสำคัญมากในการสื่อสารบนเครือข่าย หากไม่มีโปรโตคอลแล้ว การสื่อสารบนเครือข่ายจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้
  • เช่น   โปรโตคอล HTTP หรือ Hypertext Transfer Protocol จะใช้เมื่อเรียกโปรแกรมบราวเซอร์ (Browser)
  • โปรโตคอล SMTP หรือ Simple Mail Transfer Protocol คือ โปรโตคอล ที่ใช้ในการรับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
1.3. ICP/IP
  • การที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ถูกเชื่อมโยงกันไว้ในระบบ  จะสามารถติดต่อสื่อสารกันได้นั้น จำเป็นจะต้องมีภาษาสื่อสารที่เรียกว่า โปรโตคอล (Protocol ) ซึ่งในระบบInternet จะใช้ภาษาสื่อสารมาตรฐานที่ชื่อว่า TCP/IP เป็นภาษาหลัก ดังนั้นหากเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะเป็นเครื่องระดับไมโครคอมพิวเตอร์ มินิคอมพิวเตอร์ หรือเมนเฟรมคอมพิวเตอร์ ก็สามารถเชื่อมโยงเข้าสู่อินเทอร์เน็ตได้
  • TCP/IP คือชุดของโปรโตคอลที่ถูกใช้ในการสื่อสารผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
  • โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สามารถใช้สื่อสารจากต้นทางข้ามเครือข่ายไปยังปลายทางได้
  • และสามารถหาเส้นทางที่จะส่งข้อมูลไปได้เองโดยอัตโนมัติ 
2.IP Address คืออะไร

ตอบ
IP Address คือ เลขรหัสประจำคอมพิวเตอร์ที่ต่ออยู่บนเครือข่าย ซึ่งประกอบด้วยตัวเลข 4 ชุดและมีเครื่องหมายจุดขั้นระหว่างชุด ยกตัวอย่างเช่น 192.168.1.1 เป็นต้นหรือนิยมเรียกสั้นๆว่า IP ซึ่งตัวเลข IP แต่ละเครื่องจะไม่ซ้ำกัน ดังนั้น จึงได้มีการก่อตั้งองค์กรเพื่อ แจกจ่าย IP Address โดยเฉพาะ ชื่อองค์กรว่า InterNIC (International Network Information Center) อยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา การแจกจ่ายนั้นทาง InterNIC จะแจกจ่ายเฉพาะ Network Address ให้แต่ละเครือข่าย ส่วนลูกข่ายของเครือง ทางเครือข่ายนั้นก็จะเป็น ผู้แจกจ่ายอีกทอดหนึ่งจะประกอบด้วยตัวเลข 2 ส่วน คือ
  1. Network Address
  2. Computer Address

3.DNS ( Domain Name System ) คืออะไร

ตอบ

DNS คือ Domain Name System และ DNS server คือ Domain Name System server เป็นเครื่องบริการแปลงชื่อเว็บเป็นหมายเลข IP ซึ่งการแปลงชื่อนี้อาจเกิดในเครื่อง local เอง จาก cache ในเครื่อง local หรือจากเครื่องบริการของผู้ให้บริการ เพราะ เบอร์ IP Address เป็นตัวเลขที่ใช้ไม่ค่อยสะดวกและจำยาก ด้วยเหตุนี้จึงมีการคิดระบบตั้งชื่อแบบที่เป็นตัวอักษร ให้มีความหมายเพื่อการจดจำได้ง่ายกว่ามาก เวลาเราอ้างถึงเครื่องใดบนอินเตอร์เน็ต เราก็จะใช้ชื่อ DNS เช่น www.kradarndum.com แต่ในการใช้งานจริงนั้นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เราใช้อยู่ เมื่อรับคำสั่งจากเราแล้ว เค้าจะขอ (request) เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่บริการบอกเลขหมาย IP Address (ทำหน้าที่คล้ายสมุดโทรศัพท์ Yellow Pages) ซึ่งเรียกกันว่าเป็น DNS Server หรือ Name Server ตัว Name Server เมื่อได้รับ request ก็จะตอบเลขหมาย IP Address กลับมาให้เช่น สำหรับ www.kradarndum.com นั้นจะตอบกลับมาเป็น xxx.xxx.xxx.xxx จากนั้นเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราจึงจะเริ่มทำการติดต่อ กับคอมพิวเตอร์เป้าหมาย ซึ่งมันก็จะผ่านกระบวนการแบบที่กล่าวไปข้างต้น คือแบ่งข้อมูลออกเป็น packet จ่าหัวด้วย IP จากนั้นส่ง packet ไปซึ่งก็จะวิ่งผ่าน gateway ต่างๆ มากมายไปยังเป้าหมาย 

4. Domain Name ประกอบด้วยอะไรบ้าง

ตอบ

1. DNS Server จะทำการ Backup ค่า DNS ของทุก Domain ไปยัง DNS Server ซึ่งอยู่ใน Data Center ในประเทศเนเธอร์แลนด์ และ ประเทศสิงคโปร์ ทุกวัน

2. DNS Server สำรองในประเทศสิงคโปร์ และ เนเธอร์แลนด์ จะมีการทำ Daily Backup ในเครื่องตัวเอง และ สำรองข้อมูลที่สำรองไว้ 5 Version ย้อนหลัง

3. ซึ่ง DNS Server สำรองในประเทศ ในประเทศสิงคโปร์ และ เนเธอร์แลนด์จะมีความพร้อมอยู่ตลอดเวลา หาก DNS Server หลักนั้นล่ม

5.อธิบายส่วนประกอบของรูปแบบการเขียน Domain name แต่ละส่วนมีความหมายอย่างไร

ตอบ
  • การกำหนด  DNS  เรียงลำดับความสำคัญของชื่อจากขวาไปซ้าย  โดยมีจุดคั่น  เช่น
  1. sony.com

 sony คือ ชื่อเจ้าของหน่วยงาน  คือบริษัทโซนี่
 com คือ ย่อมาจาก  Commercial  ใช้ในธุรกิจ

   2.nectec.or.th

nectec คือชื่อหน่วยงาน  NECTEC  เจ้าของหรือต้นสังกัด
or คือย่อมาจาก Organization (หน่วยงานหรือองค์กรของรัฐ)
th คือ ย่อมาจาก  Thailand  (ชื่อประเทศ)

  • การกำหนดกลุ่มโดเมน (Domain Group) มีหลักการดังนี้
  • หากชื่อทางขวาสุดมี 3 ตัวอักษร ให้เข้าใจว่ามีการจดชื่อโดเมน ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยจะบอกลักษณะการดำเนินงานขององค์กร  คือ

  1. com  หมายถึง  Commercial  ใช้สำหรับธุรกิจ  บริษัท  ห้างร้าน
  2. edu   หมายถึง  Education   ใช้สำหรับสถาบันการศึกษา
  3. gov   หมายถึง  Government  ใช้สำหรับหน่วยงานราชการ
  4. net    หมายถึง  Network    ใช้สำหรับหน่วยงานที่เป็นเครือข่าย


  • หากชื่อทางขวาสุดมี 2 ตัวอักษร จะบอกชื่อย่อของประเทศ  เช่น

  1. th =  ประเทศไทย  (Thailand)
  2. au = ประเทศออสเตรเลีย  (Australia)
  3. ca = ประเทศแคนาดา  (Canada)
  4. uk = ประเทศอังกฤษ  (United  Kingdom)

  • ชื่อถัดมาจะลักษณะการดำเนินงานขององค์กร แบ่งออก  5 กลุ่ม  คือ   

  1. ac   หมายถึง  Academic   ใช้สำหรับสถาบันการศึกษา
  2. co   หมายถึง  Commercial  ใช้สำหรับภาคองค์กร  ภาคเอกชน
  3. go   หมายถึง  Government ใช้สำหรับหน่วยงานราชการ
  4. or   หมายถึง  Organization ใช้สำหรับองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร  
  5. in   หมายถึง  Individual   ใช้สำหรับหน่วยงานนิติบุคคล


ที่มา